ที่บ้านฉันอยู่กันกับเพื่อนๆ 5 คน ส่วนใหญ่เวลากลับมาจากข้างนอก ก็กลับเวลาไม่ตรงกัน ออกจากบ้านก็ไม่พร้อมกัน บ้างครั้งเป็นอาทิตย์ๆ เลยกว่าจะได้เจอหน้ากัน จึงมีไวท์บอร์ดติดอยู่หน้าประตูทางออก ไว้โน้ตถึงเพื่อนหรือฝากข้อความไว้ บางวันหากใครนึกครึ้ม หรืออารมณ์ศิลป์ ก็จะเขียนประโยคเด็ดๆ หรือซึ้งๆ ไว้ ให้อ่านกัน
และวันนี้.. ฉันก็นึกครึ้มเขียนประโยคหนึ่ง ไว้ที่ไวท์บอร์ด ที่มาของประโยคนี้คือ มาจากเพลง "พรหมลิขิต" ของบิ๊กแอส ที่ฉันได้ฟังแล้วรู้สึกชอบประโยคนี้จับใจ และนึกถึงเธอขึ้นมา
" เมื่อก่อนลมหายใจ คิดว่าเป็นของฉันคนเดียว "
และวันนี้.. เธอโทรศัพท์มาหาฉัน คุยอะไรกันไปสักพัก จู่ๆ เธอก็ถามขึ้นมาว่า.. วันนี้บอร์ดที่บ้านของฉัน มีอะไรเขียนไว้บ้าง อ่านให้เธอฟังหน่อย..
ปล. ฉันยังไม่เคยเชื่อในพรหมลิขิตและรักแท้ อาจเป็นเพราะฉันไม่เคยก็รู้จักก็เป็นได้
18 กุมภาพันธ์ 2550
I used to think that my breath was mine.
But once I met you, I knew you were my breath.
เพลงพรหมลิขิต (บิ๊กแอส)
เหม่อมองบนฟ้าไกล จ้องมองด้วยความสงสัย
ว่าใครกันนะใคร ที่พาให้เธอเดินหลงทางมาเจอกับฉัน
มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุจริงๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ
ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่ไหม อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย
ฉันขอได้ไหม
เมื่อก่อนลมหายใจ ก็คิดว่าเป็นของฉัน
แต่พอได้พบเธอ เพิ่งรู้จริงๆ ลมหายใจคือเธอเท่านั้น
มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริงๆ ที่เราเจอกัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง
ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่ไหม อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย
ฉันขอได้ไหม
คนมีอีกเป็นล้านคน ไม่มีเหตุผล ที่เธอต้องเลือกฉัน
จากเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถามตัวเองอีกครั้ง
ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น
ตกลงให้เรารักกันใช่ไหม อย่างนั้นขอได้ หรือไม่
โปรดอย่าทำให้เราพลัดพราก ให้เรารักกัน เนิ่นนานถึงจนวันตาย
ฉันขอได้ไหม ฉันขอได้ไหม